โครงการบรรพชา ๑,๑๑๙ รูป ณ ดินแดนพุทธภูมิ ตอน สร้างเจ้าภาพท้องถิ่น
จดหมายจากเนปาล
โครงการบรรพชา
๑,๑๑๙ รูป ณ
ดินแดนพุทธภูมิ
ฉบับที่
๒
๒๑
ก.พ. ๒๕๖๒
ตอน
สร้างเจ้าภาพท้องถิ่น
Sukhi
jui maa ขอให้มีความสุข
Nirogi jui maa
ขอให้สุขภาพแข็งแรง
Tomi jui maa
ขอให้ร่ำรวย
เช้าวันนี้ เริ่มต้นทำงานกับอุณหภูมิ ๙ องศา
และเติมพลังงานด้วยอาหารเช้าเมนูเนปาล มีอยู่เมนูหนึ่งเขาเรียกว่า “อารุจจะนา”
มีลูกกลมๆสีเหลืองคล้ายๆลูกชิ้นบ้านเรา เนื่องจาก
ฉันวันนี้แล้วก็ไม่รู้จะได้ฉันอีกหรือเปล่า ก็เลยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเอาไว้
แผนงานของข้าพเจ้าวันนี้ นัดกับคุณเพชรหนู (กัลฯ
ประภาภัทร รุจิระธนลักษณ์) เพื่อวางแผนสร้างเจ้าภาพในพื้นที่กัน
เพราะการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้ตั้งอยู่ได้ยาวนาน
ยังไงยังไงก็ต้องอาศัยคนในท้องถิ่น และนี่เป็นโอกาสอันดี
ที่เรามีอุบาสิกาจากวัดมาช่วยเรื่องนี้ ถึง 8 คน คือ ไก่ นก พร เตี้ยม ปุ๊กกี้ เชอรี่ มิ้ง อุ๋ย
เวลาประมาณ 8.00 น. ก็เริ่มคุยแผนงานกัน
คุยกันไปสักพักก็มีชายชาวเนปาลคนหนึ่ง ชื่อ Roshan Raj Mahajan (เขาเข้ามากับพระชาวเนปาลท่านหนึ่ง ชื่อพระ Birendra) เขารับจ้างทำไวนิล ในโครงการบรรพชานี้
เอาบิลมาเก็บเงิน เนื่องจากเขาเคยไปร่วมงาน ที่วัดเรา และคุณเพชรหนู
ก็มีความคุ้นเคยกับเขาอยู่พอสมควร ก็เลยถือโอกาส speak English เชิญชวน ให้เป็นเจ้าภาพภัตตาหาร ๑ วัน (๔๒๐,๐๐๐
รูปี) คุยกันเป็นชั่วโมงเหมือนกัน เนื่องจากข้าพเจ้าภาษาอังกฤษอ่อนแอ
จึงไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน ได้แต่นั่งทำงานของตัวเอง ไปเรื่อยๆ
มารู้อีกทีคุณเพชรหนูก็บอกว่า เขารับเป็นเจ้าภาพ ๑ วัน
พระมหาสิริราชธาตุรุ่นดูดทรัพย์ที่ข้าพเจ้าเอามาด้วย
จึงมีเจ้าของแล้ว ๑ คน จากที่ยังไม่สรุปว่า จะมอบให้กับผู้ร่วมบุญเท่าไหร่ดี
วันนี้ก็เลยมีข้อสรุป คุณเพชรหนู ได้บอกถึงความสำคัญของพระรุ่นนี้ว่า
คือพระที่มอบให้สำหรับผู้ที่สร้างพระธรรมกายประจำตัว
และไม่มีอีกแล้วเพราะมหาธรรมกายเจดีย์สร้างเสร็จแล้ว เขามากับคุณแม่ ทั้งลูกและแม่
ก็เลยเริ่มต้นร่วมบุญก่อน ๑๕,๐๐๐ รูปี
เพื่อให้เจ้าภาพ
ปลื้มมากขึ้น ข้าพเจ้าจึงถามพระ Birendra (ที่มาด้วยกัน) ว่าพระเนปาลเขาให้พรเจ้าภาพกันยังไง
ท่าน Birendra จึงบอกว่า
Sukhi
jui maa (อ่านว่า สุขี
จยุยิ มา แปลว่า ขอให้มีความสุข)
Nirogi jui maa
(อ่านว่า ไนโรจี้ จยุยิ มา แปลว่า ขอให้สุขภาพแข็งแรง)
Tomi jui maa
(อ่านว่า ตอมิ จยุยิ มา แปลว่า ขอให้ร่ำรวย)
ข้าพเจ้าฝึกพูดอยู่พักหนึ่ง โดยเฉพาะคำว่า Jui เพราะเป็นสำนวนที่ภาษาบ้านเราไม่มี
เมื่อเขาถวายปัจจัย ก็ให้พรเป็นภาษาเนปาล เป็นครั้งแรกในชีวิต
11.00 น. ได้เวลาอาหาร
ข้าพเจ้าก็ไปโรงอาหาร แล้วก็ตักอาหาร แต่ยังไม่ทันฉัน ก็ต้องวางถาดอาหาร
มาจับโทรศัพท์ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ก่อน ภาพนั้นก็คือ พระทีมงาน
ติวเตอร์ที่มาจากชุด ก.ร. ๑๙ รูป รวบรวมปัจจัยร่วมบุญเข้าโครงการบรรพชาฯ นี้ด้วย
โดยมีพระอาจารย์ถาวร ถาวโร เป็นตัวแทนรับ ก็อนุโมทนากันทั้งโรงอาหาร
13.00 น.
เริ่มประชุมงานกับทีมอุบาสิกาทั้ง ๘ มี Staff
ชายชาวเนปาลเข้าประชุมด้วย ๒ คน
ซึ่งประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งในการประชุมนี้ก็คือ ต้องการให้ Staff ชายชาวเนปาลทั้ง ๒ ท่านนี้ พาทีมอุบาสิกาไปพบกับผู้ที่เขารู้จัก
แล้วก็ช่วยกันทำหน้าที่กัลยาณมิตรเชิญชวนให้ผู้ที่เขารู้จัก มาเป็นเจ้าภาพ
เมื่อเข้าใจกันดีแล้ว คุณเพชรหนู (เข้าร่วมประชุมด้วย) ก็ขอให้อุบาสิกาทั้ง ๘
ช่วยแชร์ประสบการณ์ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับ Staff ชายชาวเนปาลสักหน่อย
เนื่องจากไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า อุบาสิกาทั้ง
๘ คิดไม่ทันว่าจะพูดยังไงดี อีกอย่างเวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว
ข้าพเจ้าจึงอาสาแชร์ประสบการณ์เอง ซึ่งความจริง ก็ไม่ได้แชร์ประสบการณ์อะไรหรอก
เอาหลักวิชา ๕ ข้อ ของ D072 ที่วัดเราเคยใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ มาเล่าให้ฟัง คือ
๑
ตั้งเป้าหมาย
๒ List รายชื่อ
๓
ติดต่อนัดหมาย
๔
เปิดใจ
๕
ติดตามผล
วันนี้ เป็นการเตรียมธรรมาวุธให้พร้อม
วันพรุ่งนี้ทีมอุบาสิกาจะลงพื้นที่กัน มีเวลาลงพื้นที่ กันแค่ ๓ วัน (๒๒-๒๓-๒๔
ก.พ. ๖๒) เพราะวันที่ ๒๕ ก.พ. ๖๒ ก็เป็นวันปลงผม มอบผ้าไตร แห่นาคแล้ว
แม้จะมีความพยายามในการสร้างเจ้าภาพท้องถิ่นกัน แต่ก็ไม่น่าจะทันที่จะได้ งบประมาณ
Cover ทั้งโครงการ
ก็คงต้องอาศัยผู้มีบุญจากท้องถิ่นไทยด้วยนะ
ก่อนจบจดหมายฉบับที่ ๒
ก็ขอให้ผู้อ่านจดหมายทุกท่านจง
Sukhi
jui maa (ขอให้มีความสุข)
Nirogi jui maa
(ขอให้สุขภาพแข็งแรง)
Tomi jui maa
(ขอให้ร่ำรวย)
ทุกประการเทอญ
P
C
๐๔.๐๔
น. (เวลาเมืองไทย)






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น