โครงการบรรพชา ๑,๑๑๙ รูป ณ ดินแดนพุทธภูมิ ตอน เปิดโครงการวันแรก
จดหมายจากเนปาล
โครงการบรรพชา ๑,๑๑๙ รูป ณ ดินแดนพุทธภูมิ
ฉบับที่ ๔
๒๓ ก.พ. ๒๕๖๒
ตอน เปิดโครงการวันแรก
first impression วันนี้ของข้าพเจ้าคือ มีผู้มาบวชชาวเนปาลคนหนึ่ง เอาข้าวสาร ๔๐ กิโล มาบริจาคให้กับโครงการฯ ถ้าเป็นสำนวนไทยก็คงหมายถึงไม่อยากกินข้าววัดฟรีๆ ข้าพเจ้าอยาก ให้มีคนแบบนี้เยอะๆ จัง
แผนงานของข้าพเจ้าในวันนี้ก็คือ นำประชุมแผนการต้อนรับเจ้าภาพและ แขกผู้มีเกียรติ ทั้งไทย-เนปาล ซึ่งต้องมีตัวแทนของฝ่ายรุกและฝ่ายรับมาคุยกัน
การต้อนรับในที่นี้หมายถึง การต้อนรับในวันตัดปอยผม มอบผ้าไตร แห่นาค ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เรานัดหมายประชุมกันในเวลา ๐๙.๐๐ น. แต่กว่าจะประชุมกันได้ก็เกือบ ๑๐.๐๐ น. เพราะแต่ท่านมีงานเข้าตั้งแต่เช้า ความจริงน่าจะเรียกว่างานเข้าตั้งแต่ตื่นนอนดีกว่า ยกตัวอย่างตัวข้าพเจ้าเอง เวลาเขียนจดหมายจะเขียนตอนเช้ามืดหลังตื่นนอน ตี 3 บ้าง ตี 4 บ้าง ตี 5 บ้าง (เพราะเป็นช่วงที่สมองปลอดโปร่งที่สุด)
ทีมฝ่ายรับก็คือทีมอุบาสิกาทั้ง ๘
ตัวแทนของฝ่ายรุก ก็ได้แก่ พี่ตุ๊ก คุณลี คุณเพชรหนู อ.มาลินี
การประชุมต้องอาศัยการชิงช่วงและช่วงชิงเวลาของแต่ละคน เพราะแต่ละคนล้วนแล้ว แต่มีงานหลายหน้า มีสายโทรศัพท์เข้า-ออก อยู่เรื่อยๆ ห้องประชุมก็เป็นห้องเปิด คุยๆ ไป ก็มีคน มาขอปรึกษางานผู้ที่กำลังประชุม (ถูกคนอื่นชิงเวลา) ข้าพเจ้าก็ทำหน้าที่รอจังหวะชิงเวลา กลับมา กว่าจะรวบรวมรายชื่อของเจ้าภาพและแขกผู้มีเกียรติทั้งไทย-เนปาล ว่าใครกล่าวอะไร (มีคำกล่าวถวายบาตร ผ้าไตร ภัตตาหาร อธิษฐาน) นั่งตรงไหน เดินตรงไหน รับโบว์เมื่อไหร่ รับประทานอาหารอย่างไร ก็เหลือเวลาอีก ๑๕ นาทีจะเที่ยง จึงค่อยจบการประชุม
ความจริงยังมีอีกส่วนงานหนึ่งที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้กล่าวถึงเลย แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อย คือส่วนงานหาอาสาสมัครชาวท้องถิ่น ซึ่งนำทีมโดยท่านภูวิชญ์ วรธมฺโม ซึ่งท่านต้องเดินสาย ไปตามสถานศึกษาต่างๆ เพื่อขอกำลังนักเรียนนักศึกษามาช่วยงาน แล้วก็ดำเนินจัดการอบรม ส่วนใหญ่จะเป็น English Program ยกตัวอย่างวันนี้ ก็มีการอบรม Leader อาสาสมัคร ๒๐ คนที่ วัด Aksheswar Mahavihar และ นักเรียน ๔๐๐ คน ที่ Angles College เป็นต้น
อีก Time Line หนึ่งของวันนี้ก็คือที่ PULCHOWK CAMPUS ซึ่งเปิดรับผู้สมัครบวช เป็นวันแรก ข้าพเจ้าไม่ได้ไปดูด้วยตัวเอง ได้แต่ติดตามทางห้อง Line ก็ทราบจากทีมงานที่นั่นว่า เป็นอะไรที่ทั้งเหนื่อยและสนุก แต่เหนื่อยจะมาก่อน มีทั้งความเหนื่อยที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ว่าจะเจอกับอะไร และความเหนื่อยที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอ แต่พออะไรๆ เริ่มลงตัวแล้ว มาตามนึกทีหลังจะรู้สึกสนุก
มี ๒-๓ Case ที่หมู่คณะเอามาพูดคุยกันด้วยความเบิกบาน ได้แก่
Case แรก มีเจ้าภาพจากเมืองไทย ๒ ท่านคือคุณโอ๊ต กับ คุณอิง (สามี-ภรรยา คู่บุญ) ซึ่งนอกจากจะเป็นเจ้าภาพในโครงการตั้งแต่เมืองไทยแล้ว ยังบินมาช่วยงานถึงเนปาล (ออกค่าตั๋วเอง) ได้ไปช่วยงานต้อนรับลงทะเบียนที่ PULCHOWK CAMPUS ตั้งแต่เช้า เนื่องจากทั้งสองท่านมีความเป็น Leadership อยู่ในตัว จึงคอยอุดช่องโหว่ระบบการทำงานให้ พอช่วงบ่ายระบบเริ่มลงตัว ก็ขอตัวกลับ เพราะมีอีกภารกิจหนึ่งที่รออยู่ ทางพระที่ดูแลที่นั่น เห็นสองท่านนี้กำลังจะกลับ ก็พูดว่า “จะไปไหน อยู่ช่วยกันก่อน”
Case ที่สอง มีชายชาวเนปาลคนหนึ่ง อุ้มลูกชายอายุ ๓ ขวบ มาที่บริเวณลงทะเบียน เขาบอกว่า เขาอยากบวชมาก แต่มีลูก ๓ ขวบ ภรรยาก็ป่วย มีใครช่วยเลี้ยงลูกให้เขาสัก ๑๐ วันบ้าง ทางเรากลัวว่า หากเกิดลูกเขาเป็นอะไรไป เราอาจจะต้องไปมีลูกชดใช้เขานะ ก็เลยไม่เอาดีกว่า
Case ที่สาม ก็ชายชาวเนปาลอีกเหมือนกัน อายุ ๗๐ วัดความดันได้ ๑๖๐ อยากบวชมากเหมือนกัน แต่เรามีประสบการณ์มาแล้ว กลัวว่าเขาจะบวชตลอดชีวิตในโครงการ ก็เลยปฏิเสธไป
…..
พอตกค่ำ เวลาประมาณ ๑๙.๓๐ น. ก็ประชุมประจำวัน ทีมอุบาสิกาทั้ง ๘ ซึ่งทำหน้าที่ ต้อนรับเจ้าภาพและแขกผู้มีเกียรติ ได้ Present ก่อน เนื่องจากทั้ง ๘ พักคนละที่กับที่ประชุม พอ Persent จบ เพื่อความปลอดภัยจึงต้องกลับก่อน แต่ก่อนกลับข้าพเจ้าก็ฝากบอกไปว่า เรายังขาด งบประมาณอีก …. เท่านี้นะ
ทีมพระติวเตอร์ Present เป็นส่วนงานสุดท้าย จะเริ่มติวภาพรวมทั้งแต่รอบสายวันพรุ่งนี้ (๒๔ ก.พ. ๖๒) จะขอล่าม ไทย-เนปาล จากที่ประชุม ที่ประชุมได้มอบหมายในพระ Upendra (ซึ่งวันนี้ มีบทบาทมากในการสื่อสารภาษาไทย-เนปาล ให้กับธรรมทายาท) ทำภารกิจที่สำคัญ อันนี้
ข้าพเจ้ามีหลักวิชาในการเขียนอยู่ว่า กลางวัน ให้สมองรวบรวมข้อมูล การนอนคือการให้ สมองจัดระเบียบข้อมูล เช้ามืดคือการเอาข้อมูลในสมองที่ถูกจัดระเบียบแล้วมาเขียน การเขียน จดหมายของข้าพเจ้าจึงเขียนเช้ามืดหลังตื่นนอน เขียนเสร็จก็ตรวจทานอีกนิดหน่อยก็รีบ Post ทันที หากมีอะไรผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยมาล่วงหน้า
ก่อนจบฉบับที่ ๔ ก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านจง
Sukhi jui maa (ขอให้มีความสุข)
Nirogi jui maa (ขอให้สุขภาพแข็งแรง)
Tomi jui maa (ขอให้ร่ำรวย)
ทุกประการเทอญ









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น