จดหมายจากเนปาล ตอน วัดทอง (Golden Temple) และ สามเณร
จดหมายจากเนปาล
ตอน วัดทอง (Golden Temple) และ สามเณร
15 มีนาคม 2562
วัดทอง (Golden Temple)
วัดทองเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งในพุทธศาสนา
อยู่ในเขตเมืองหลวงของประเทศเนปาล คือ กาฏมัณฑุ เขตลลิตปูร์ (Lalitpur) เป็นชุมชนชาวพุทธที่เรียกว่าปาตัน (Patan) ซึ่งเราได้ทราบว่า
ในอดีตเคยมีชื่อเรียกย่านนี้ว่า ยะลา (Yala)
ก็รู้สึกแปลกใจว่า
ทำไมจึงคล้องกับชื่อจังหวัดในชายแดนภาคใต้ของไทย คือ ยะลา และ ปัตตานี อย่างพอเหมาะพอเจาะ
แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะหาความเชื่อมโยงได้ จึงขอพูดถึงเฉพาะวัดทองก่อนในตอนนี้
วัดทองนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของเนปาล
เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก นอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมและประติมากรรม
ซึ่งเป็นงานฝีมือดั้งเดิมของช่างทองเหลืองในย่านนี้แล้ว ความเก่าแก่ของวัดและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ซึ่งเราได้รับเกียรติโดยประธานของวัดทอง เป็นผู้แนะนำวัดให้ฟังด้วยตนเอง
สรุปโดยย่อ ๆ
ได้ดังนี้ คือ ในครั้งพุทธกาล หลังจากตระกูลศากยวงศ์ถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก โดยพระเจ้าวิฑูฑภะ
ผู้มีความแค้นที่ถูกดูถูกในเรื่องชาติกำเนิด ชาวศากยะที่เหลือรอดอยู่จึงได้อพยพจากเมืองกบิลพัสดุ์
มาตั้งรกรากบริเวณนี้ เป็นการติดตามเส้นทางที่พระอานนท์ พุทธอุปปัฏฐาก ซึ่งเป็นอดีตเจ้าชายแห่งศากยวงศ์เช่นกัน
ท่านได้เคยจาริกมาที่นี่ จึงมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับชาวเมืองนี้อยู่ โดยตระกูลศากยะได้สร้างวัดทองขึ้น
เป็นวัดหนึ่งในสามแห่งที่มีความสำคัญ เป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธเนปาล
ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้
เราได้ทราบว่าวัดนี้ไม่มีพระแต่ดูแลสืบทอดโดยฆราวาสมาหลายชั่วอายุคน
ในอดีตต้องปกปิดความเป็นชาวพุทธไว้ ด้วยการแต่งกายคล้ายกับชาวฮินดู
เพื่อให้สามารถสืบทอดและรักษาพุทธศาสนสถานไว้ได้
เนื่องจากผู้ปกครองไม่ได้นับถือพุทธ จึงมีการกำจัดพระและนักบวชไปมากมาย
ทำให้ไม่สามารถมีนักบวชอยู่ได้ อาศัยฆราวาสที่มีหัวใจพระ จึงยังคงรักษาพุทธสถานไว้ได้ถึงทุกวันนี้
โดยผลัดเปลี่ยนหมุนวียนให้แต่ละครอบครัวได้มาดูแลวัดทองแห่งนี้จากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อพุทธศาสนาเป็นสิ่งพวกเขาเคารพหวงแหน
การได้จัดกิจกรรมโครงการบรรพชา 1,119 รูปจึงเป็นโอกาสอันดีและเป็นที่กิจกรรมที่อยู่ในความสนใจของชาวเมือง
เกิดความร่วมมือร่วมใจของชาวพุทธทั้งสองประเทศ การได้เห็นพระสงฆ์เป็นจำนวนมากได้มาเดินบิณฑบาตอยู่ตามตรอกซอกซอยที่ชาวเมืองอาศัยอยู่
เห็นแรงศรัทธาของสาธุชนเนปาลก็เป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับชาวพุทธไทย
รู้สึกโชคดีที่ได้เกิดในประเทศที่มีพระรัตนตรัยครบสมบูรณ์
ได้รู้จักและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือใคร
ได้ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ได้ทรงเคยเทศนา
และมีพระสงฆ์ผู้เป็นครูบาอาจารย์และเป็นเนื้อนาบุญให้แก่เรา
สุดท้ายท่านประธานวัด
ได้มอบหนังสือของวัดไว้เป็นที่ระลึกกับพวกเรา
พร้อมแสดงความปลาบปลื้มยินดีที่หมู่คณะเราได้มาร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการบรรพชา 1,119 รูปในปีนี้ เราต่างขอบคุณซึ่งกันและกัน
ที่ได้ช่วยกันดูแลพุทธศาสนาให้มั่นคงยืนยาวและส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังได้
เมื่อเปิดดูหนังสือเล่มนี้ก็เป็นว่ามีเนื้อหาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
รวมถึงบทบาทของสามเณรในการรักษาพระพุทธศาสนา ท่านประธานเล่าว่า
แต่ละครอบครัวที่จะดูแลวัดได้ต้องส่งลูกหลานมาบวชสามเณรเป็นเวลาอย่างน้อย 4 วัน
สมาชิกในครอบครัวนั้นจึงจะถือว่าเป็นสมาชิกของวัด โดยสมาชิกสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลวัดได้ เห็นได้ว่าการส่งลูกหลานมาบวชคือการเป็นญาติกับพระศาสนาเป็นเช่นนี้เอง
สำหรับสามเณรของเนปาลนั้น
มีชื่อเรียกว่า Baphacha ออกเสียงคล้ายกับคำว่า บรรพชา
ที่เราใช้ในภาษาไทยนั่นเองพิธีกรรมประจำวันที่วัดนั้นนำโดยสามเณรน้อยและมีสามเณรที่อาวุโสกว่าคอยช่วยเหลือ
เริ่มในเวลาเช้ามืด คือราวตี 4 เป็นพิธีที่สำคัญ จัดอย่างตรงเวลาและมีระเบียบแบบแผน
โดยสามเณรได้ทำการตีแท่งเสาไม้ 108 ครั้ง พร้อมๆกับที่สาธุชนจะสวดมนต์ร่วมกัน
ในตอนสาย
สามเณรจะเดินเวียนประทักษิณรอบวิหารพร้อมสั่นกระดิ่งไปด้วย ดอกไม้และน้ำมนต์ในพิธีจะถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่สาธุชนจะนำกลับบ้านไป
สำหรับประเทศไทย
การบวชสามเณรถือเป็นพิธีสำคัญของชาวพุทธ ที่ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชนสามารถร่วมกันสนับสนุน
เพื่อเป็นการสร้างศาสนทายาทตั้งแต่เยาว์วัย สามเณรเหล่านี้เป็นหน่อเนื้อพระศาสดา ซึ่งจะได้รับการปลูกฝังสัมมาทิฏฐิ
ความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ถือเป็นความโชคดีที่ประเทศไทยเรายังมีพระธรรมคำสอน
และพระภิกษุสงฆ์ ผู้สืบทอดธรรมะมาถึงปัจจุบัน การบวชจึงเป็นทั้งการตอบแทนคุณบิดามารดาและบรรพชนที่ท่านได้รักษาพุทธศาสนามาด้วยชีวิต
"บวชฟรี ตั้งใจดี บุญเยอะ"
ขอขอบคุณ
President of
Golden Temple
ข้อมูลจากหนังสือ
Hiranyavarna Mahavihar
(Kwa Baha) (Golden Temple) by Chandra B Shakya
ภาพจาก thelongestwayhome.com
ภาพจากfacebook/srimora panuwat
ภาพจากfacebook/เพจการบ้าน










ขอกราบอนุโมทนาบุญต่อบทความดีๆนี้ สาธุค่ะ
ตอบลบอนุโมทนากับบทความดีๆด้วยครับ
ตอบลบอนุโมทนาสาธุค่ะ
ตอบลบขอกราบอนุโมทนาบุญ ปลื้ม ปลื้ม ปลื้ม สาธุ
ตอบลบขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญเรื่องราวดีๆที่นำมาถ่ายทอดค่ะ
ตอบลบขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญเรื่องราวดีๆที่นำมาถ่ายทอดค่ะ
ตอบลบขอขอบคุณเจ้าของ Blog ที่นำเรื่องราวดีๆมาให้ได้รับรู้ร่วมกัน ปลื้มๆๆ อนุโมทนาสาธุค่ะ
ตอบลบสาธุ
ตอบลบ